ห้องพัก

 

ห้องพักสวยงาม สะอาด อากาศเย็นสบายท่ามกลางต้นไม้ ดอกไม้ไทยนานาพันธ์ุ สวนดอกไม้หน้าบ้านแต่ละหลัง

 

                                      พร้อมระเบียงส่วนตัว สระว่ายน้ำ ฟรี WiFi  บริการอาหารเช้า

 

ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แบ่งเป็นห้องต่างๆ 12 ห้อง แต่ละห้องมีลักษณะต่างกัน

 

ตั้งชื่อห้องด้วยชื่อไม้ไทย จะมีต้นไม้ประจำหลังตามชื่อไว้อีกด้วย

 

 

บ้านจันทน์กะพ้อ

 ห้องกล้วยไม้

 บ้านกระดังงา

บ้านจำปี

บ้านการะเวก

บ้านแย้มปีนัง

 บ้านจำปูน

บ้านเสลา

 

บ้านลีลาวดี

บ้านพุดสีดา ๑

บ้านพุดสีดา ๒



  • IMG_5678.JPG
    Areeya Swimmingpoolเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น.* ผู้เข้าพักรีสอร์ท ใช้บริการฟรี* เปิดบริการสำหรับบุคคลทั่วไป* สอนว่ายน้ำติดต่อสอบถามสายตรงได้ที่ 074 682676 , 081 898 780...
  • ห้องพุดน้ำบุศย์

    พุดน้ำบุศย์

    ชื่อวิทยาศาสตร์ Gardenia carinata Wall.
    ตระกูล Rubiaceae
    ชื่ออื่น ตะบือโก (มลายู นราธิวาส), บาแยมาเดาะ (มลายู นราธิวาส), ระนอ (มลายู ยะลา), ระไน (ยะลา), รักนา (ใต้,ภูเก็ต), รัตนา (ใต้)

    ลักษณะทั่วไป พุดน้ำบุษย์ เป็นไม้พุ่มต้นเล็กหรือพุ่มเตี้ย สูงประมาณ 2 - 3 เมตร แตกกิ่งต่ำ ตามข้อของลำต้น ลักษณะใบสวยงามเพราะใบมัน หน้าใบสีเขียวเข็ม หลังใบสีเขียวอ่อน เส้นกลางใบสีเทา เป็นลายเห็นเด่นชัดสวยงาม เรียงใบเป็นคู่ตรงข้ามกัน ใบรูปรี กว้าง 5 เชนติเมตร ยาว 11 เซนติเมตร ลำต้นแก่สีน้ำตาล กิ่งอ่อนเป็นสีเขียวดอกเดี่ยวบริเวณซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกสีเหลือง โคนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดสีเหลือง ความยาวของกลีบของกลีบดอก 2 เซนติเมตร มี 7 กลีบ คลายรูปช้อน ชูดอกอยู่บนก้าน ดอกบานนาน 7 วันเมื่อแรกแย้มบานมักเป็นสีออกขาวนวลส่งกลิ่นหอมมาก หอมไกล 2 - 3 เมตร เมื่อบานเข้าวันที่สองสีจะเริ่มออกเหลืองอ่อน ต่อมาค่อยๆ เหลืองเข้มจนกระทั้งเข้มจัด
  • ห้องจันทน์กะพ้อ

    ชื่ออื่นๆ: จันทน์พ้อ Chan pho (Bangkok); เขี้ยวงูเขา Khiao ngu khao (Phangnga); จันทร์กะพ้อ
    ชื่อสามัญ: Broken Hear Flower, Resk Puteh Keruing, Chan ka pho
    ชื่อวิทยาศาสตร์: Vatica diospyroides Symington.
    ชื่อพ้องอื่นๆ
    1. Vatica fleuryana Tardieu
    2. Vatica cinerea
    3. Synaptea cinerea
    วงศ์: DIPTEROCARPACEAE
    ถิ่นกำเนิด: ไทย พบมากทางภาคใต้
    ลักษณะทั่วไป: เป็นไม้ต้นใหญ่ ลำต้นสูงประมาณ 6-15 ม. ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มโปร่งไม่ค่อยสวย มีใบน้อย ต้นแตกกิ่งจำนวนมากที่ยอด กิ่งเปราะ มีน้ำยางใสซึมออกมาตามรอยแตก ใบเดี่ยว ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้มเป็นมัน รูปรีแกม ขอบขนานหรือรูปใบหอก โคนใบเบี้ยว และจะหลุดร่วงไปตามอายุ ดอก ออกดอกเป็นช่อสั้นๆ ที่ซอกใบและปลายกิ่ง มี 5 กลีบ สีขาวหรือเหลืองอ่อน กลีบดอกมีขนนุ่มสีน้ำตาล ดอกเล็กแต่กลิ่นหอมแรงมาก หอมร้อนๆ คล้ายกับแก้วกาหลง ดอกทยอยบานในเวลาใกล้เคียงกัน ออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม ออกดอกมากที่สุด ช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์
  • ห้องกล้วยไม้

    ชื่อวิทยาศาสตร์ Orchid
    ชื่อวงศ์ ORCHIDACEAE
    ชื่อสามัญ Orchid
    ชื่ออื่นๆ เอื้อง (ภาคเหนือ)
    ถิ่นกำเนิด ลาตินอเมริกา, เอเซียแปซิฟิก
    การขยายพันธุ์ แยกลำ, แยกหน่อ, ชำต้นและยอด, เลี้ยงเนื้อเยื่อ
    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
    กล้วยไม้เป็นพืชวงศ์ใหญ่ มีความแตกต่างกันภายในวงศ์อย่างเห็นได้ชัด โดยทั่วไปลำต้นของกล้วยไม้ไม่มีแก่นและเปลือก ลำต้นมี 2 ลักษณะ คือ ลำต้นแท้ มีข้อและปล้องเหมือนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั่วไป ลำต้นเทียมหรือลำลูกกล้วย ไว้สะสมอาหาร มีข้อและปล้องถี่ รากกลมอวบเป็นเส้นเล็กแข็งหรือแบนราบ ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว แผ่นใบบางคล้ายใบหมาก หนาอวบน้ำ หรือเป็นแท่งกลม สีของใบเป็นสีเขียวสด บางชนิดเป็นสีม่วงคล้ำ บางชนิดก็มีลวดลาย ดอกออกที่ปลายลำต้น ดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อส่วนใหญ่เป็นพืชอิงอาศัยพืชอื่น มีลำต้นเทียมออมน้ำหรือที่เรียกว่าลำลูกกล้วย ดอกสีสดใส มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยงมี 3 กลีบ ซึ่ง 1 กลีบ จะมีรูปร่างเปลี่ยนเป็นปากหรือกระเป๋าเกสร เพศผู้และเกสรเพศเมียรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเรียกว่าเส้าเกสร ได้แก่กล้วยไม้ชนิดต่างๆ กล้วยไม้มีระบบรากแบ่งเป็นหลายชนิด เช่นรากดิน รากกึ่งดิน รากอากาศ รากกึ่งอากาศ กล้วยไม้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว คือเส้นใบจะอยู่ในลักษณะขนานกันไปตามความยาวของใบ ใบของกล้วยไม้มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามชนิดของกล้วยไม้ นับตั้งแต่รูปร่าง สีสัน ขนาดและการทรงตัวตามธรรมชาติ ลักษณะใบของกล้วยไม้มีหลายชนิด เช่น ใบแบน ใบกลม และใบร่องซึ่งเป็นรูปผสมระหว่างพวกใบกลม กับใบแบน ส่วนมากแล้วจะมีลักษณะแบน ดอกกล้วยไม้เป็นดอกสมบูรณ์เพศ คือ เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย อยู่ในดอกเดียวกันมีหน้าที่ในการสืบพันธุ์ ลำต้นหมายถึง ส่วนที่เป็นข้อ บริเวณส่วนเหนือข้อ และติดอยู่กับข้อจะมีตา ตาอาจจะแตกเป็นหน่ออ่อน กึ่งอ่อนหรือช่อดอกก็ได้ ส่วนที่ตัดเป็นข้อ เป็นส่วนที่มีใบ กาบใบหรือกาบของลำต้นที่ไม่มีส่วนของใบเจริญออกมาได้ ที่อยู่ระหว่างข้อเรียกว่า ปล้อง สำหรับลำต้นของกล้วยไม้ที่โผล่พ้นจากเครื่องปลูกแบ่งได้ 2 ประเภท คือลำต้นแท้และลำต้นเทียม
  • ห้องกระดังงา

    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cananga odorata (Lamk.) Hook.f. et Th.

    ชื่อวงศ์ : ANNONACEAE

    ชื่อสามัญ : Ylang-ylang Tree

    ลักษณะ : ไม้ต้น สูง 10-20 ม. มีรอยแผลใบขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป กิ่งตั้งฉากกับลำต้นปลายย้อยลู่ลง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่ยาว ปลายแหลม โคนมนหรือเว้าและเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบหรือเป็นคลื่น ใบอ่อนมีขนทั้ง 2 ด้าน ใบแก่มักมีขนมากตามเส้นแขนงใบและเส้นกลางใบ ช่อดอกสั้น ออกห้อยรวมกันบนกิ่งเหนือรอยแผลใบ ช่อหนึ่งๆ มี 3-6 ดอก ดอกใหญ่ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปสามเหลี่ยม มีขน กลีบดอกเรียงสลับกัน 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ แต่ละกลีบรูปขอบขนานปลายแหลม มีขน ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย กลีบชั้นในแคบกว่าชั้นนอกเล็กน้อย โคนกลีบด้านในสีม่วงอมน้ำตาล ดอกอ่อนกลีบสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลิ่นหอม เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก เกสรเพศเมียมีหลายอัน อยู่แยกกัน ผลเป็นผลกลุ่ม อยู่บนแกนตุ้มกลม 4-15 ผล แต่ละผลรูปไข่ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเขียวคล้ำจนเกือบดำ มี 2-12 เมล็ด เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน รูปไข่แบน
  • ห้องจำปี

    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Michelia alba DC.
    วงศ์ : MAGNOLIACEAE
    ชื่อสามัญ : Whtie chempaka
    ชื่ออื่น :
    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 15-20 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก หรือรูปไข่ กว้าง 4-9 ซม. ยาว 15-25 ซม. ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบรวม สีขาว กลิ่นหอม ผลเป็นผลกลุ่ม ผลย่อยรูปร่างเกือบเป็นทรงกลม แต่มักไม่ติดผล
    ประโยชน์ : ปลูกเป็นไม้ประดับ สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา ดอก ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงประสาท บำรุงโลหิต กลีบดอกสดมีน้ำมันหอมระเหย ใช้ทาแก้ปวดศีรษะ ดอกและผล บำรุงธาตุ แก้คลื่นเหียน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ เปลือกต้น แก้ไข้ แก่น บำรุงประจำเดือน
  • ห้องการเวก

    ชื่อวิทยาศาสร์ Artabotrys siamensis. Mig
    ตระกูล ANNONACEAE
    ลักษณะทั่วไปทางพันธุศาสตร์การเวก

    การเวก เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็งที่มีขนาดใหญ่ค่ะ โดยจะมีมือเกาะรูปตะขอยืนออกมาจากเถา ลำต้นของการเวกมีลักษณะเป็นเถาเลื้อยโดยบริเวณยอดอ่อนจะเป็นสีเขียว เมื่อเกาแก่ก็จะเป็นสีน้ำตาล ใบเป็นใบเดี่ยว ออกสลับกันตามข้อต้น รูปใบขอบขนานหรือมนรี โคนใบและปลายใบแหลม มีก้านใบเป็นสัน พื้นใบเขียวเข้มเป็นคลื่นเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ไม่มีจัก มีพุ่มใบที่หนาแน่นมาก ต้นการเวกจะออกดอกทั้งปีค่ะ โดยจะออกดอกตรงโคนต้น เมื่อแรกออกดอกจะเป็นสีเขียว แล้วจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง ในหนึ่งดอกจะมีกลีบ ซึ่งแบ่งเป็นชั้นชั้นละ 3 กลีบ และมีกลีบเลี้ยง 3 กลีบ ดอกมีขนาดเล็ก หนาและแข็ง กลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปรี มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ภายในดอกเป็นจำนวนมาก ดอกจะมีกลิ่นหอมจัดในเวลาเย็นถึงค่ำ
  • ห้องแย้มปีนัง

    ชื่ออื่นๆ: บานทน หอมปีนัง (กรุงเทพฯ)
    ชื่อสามัญ: Climbing oleander, Cream fruit
    ชื่อวิทยาศาสตร์: Strophanthus gratus (Wall. ex Hook.) Baill.
    วงศ์: APOCYNACEAE
    ถิ่นกำเนิด: เขตร้อนตั้งแต่เอเชีย - แอฟริกา
    ลักษณะทั่วไป: ไม้พุ่มรอเลื้อยโดยธรรมชาติ ไม่มีส่วนยึดเกาะกับพรรณไม้ชนิดอื่นๆ
    ฤดูการออกดอก: ออกดอกตลอดปี ออกดอกมากในช่วงปลายฤดูหนาว
    เวลาที่ดอกหอม: หอมตลอดวัน แต่ช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำ (ตอนเช้าๆ และตอนเย็นๆ) จะหอมแรงกว่าช่วงอื่นๆ
  • ห้องจำปูน

    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anaxagorea javanica Blume
    วงศ์ : ANNONACEAE
    ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-1.5 เมตร ลำต้นตั้งตรง ใบ เป็นใบเดี่ยว กว้าง 4-8 ซม. ยาว 12-22 ซม. เรียงสลับกัน รูปขอบขนาน ฐานใบสอบหรือค่อนข้างมน ขอบเรียบ ปลายแหลมถึงเรียวแหลม เนื้อใบบางเกลี้ยง ใบด้านบนเป็นมัน ดอกเป็นดอกเดี่ยว มีกลิ่นหอมแรง มีเส้นผ่าศูนย์กลางดอก 1-1.5 ซม. ดอกประกอบด้วย กลีบดอกมีจำนวน 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น ๆ ละ 3 กลีบ มีลักษณะหนาอวบ กลีบดอกวงนอก ยาว 1.5-2 ซม. เป็นรูปไข่ มีสีเหลืองอ่อนถึงขาวครีม โคนกลีบมีสีเขียว กลีบดอกวงในมีสีเหลืองอ่อนตลอดกลีบ ขนาดเล็กและแคบกว่า เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก ประกอบด้วยเกสรเพศผู้ที่ไม่สมบูรณ์อยู่ด้านนอกมีรูปร่างเป็นรูปแถบ เกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์อยู่ด้านในมีรูปร่างเป็นรูปแถบแกมรูปกระบอง เกสรเพศเมียมีจำนวนมาก แยกกัน อยู่เหนือวงกลีบ ผล เป็นผลกลุ่ม
  • ห้องเสลา

    ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 10-15 เมตร ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อยรูปรีหรือรูปใบหอก กว้าง 2-4 ซม. ยาว 6-12 ซม. ดอก สีขาว ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงรูปถ้วย แข็ง ยาว 5-6 ซม มีสัน 6-10 สัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกรูปไข่กว้าง 6-9 มม. ยาว 8-15 มม. ผิวกลีบย่น เกสรเพศผู้จำนวนมากขนาดไม่เท่ากัน รังไข่รูปกลม มีขนสีเหลือง ผล แห้งแตก รูปรี ยาวไม่เกิน 1.5 ซม. เมื่อแก่แตกออกเป็น 6 ซีก เมล็ดเล็กรูปสามเหลี่ยม ปลายเป็นปีกบาง โค้ง
  • ห้องลีลาวดี

    ชื่อวิทยาศาสตร์: Plumeria spp.
    ชื่อวงศ์: Apocynaceae
    ชื่อสามัญ: Frangipani , Pagoda tree, Temple tree
    ชื่อพื้นเมือง: ลั่นทม
    ลักษณะทั่วไป:
    ต้น เป็นไม้ยืนต้น มีขนาดตั้งแต่พุ่มเตี้ยแคระสูงประมาณ 0.9-1.2 เมตร จนถึงต้นที่สูงมาก อาจสูงถึง 12 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านสขาและพุ่มใบสวยงาม มีน้ำยางสีขาวข้น เป็นไม้ผลัดที่สลัดใบในฤดูแล้งก่อนที่จะผลิดอกและผลิใบรุ่นใหม่ กิ่งที่ยังไม่แก่มีสีเขียว อ่อนนุ่ม ดูเกือบจะอวบน้ำ กิ่งแก่มีสีเทามีรอยตะปุ่มตะป่ำ กิ่งไม่สามารถทานน้ำหนักได้ กิ่งเปราะ เปลือกลำต้นหนา ต้นที่โตเต็มที่แล้วจะพัฒนาจนกระทั่งมีความแข็งแรงมากขึ้น
    ใบ เป็นใบเดี่ยว มีการเรียงตัวแบบสลับและหนาแน่นใกล้ปลายกิ่ง มีลักษณะแตกต่างกันไปทั้งรูปร่าง ขนาด สี และความหนาแน่น โดยทั่วไป ใบจะหนา เหนียวแข็ง และมีสีตั้งแต่สีเขียวอ่อนถึงสีเขียวเข้ม มีเส้นกลางใบแตกสาขาออกไปคล้ายขนนก ขนาดใบแตกต่างกัน
    ช่อดอก ดอกจะผลิออกมาจากปลายยอดเหนือใบ เห็นเป็นช่อดอกใหญ่สวยงาม แต่ก็มีบางชนิดที่ออกช่อดอกระหว่างใบ หรือใต้ใบ บางชนิดห้อยลงบางชนิดตั้งขึ้น ในหนึ่งช่อจะมีดอกบานพร้อมกัน 10 – 30 ดอก บางต้นที่มีความสมบูรณ์เต็มที่อาจมีดอกมากกว่า 100 ดอก ต่อ 1 ช่อ ออกดอกประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน บางพันธุ์สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี
    ดอก โดยทั่วไปจะมีขนาดใหญ่ถึงกลาง ยกเว้นบางพันธุ์ที่มีขนาดเล็ก กลีบดอกมี 5 กลีบ เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย อยู่ลึกเข้าไปข้างใน ดอกมีลักษณะคล้ายท่อ ทำให้มองไม่เห็นเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย โดยจะมีเกสรตัวผู้ 5 อัน อยู่ที่โคนก้านดอก ส่วนเกสรตัวเมียอยู่ลึกลงไปในก้านดอก เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียบานไม่พร้อมกัน ยากต่อการผสมตัวเอง
    ฝัก/ผล มีลักษณะคล้ายกับฝักต้นชวนชม ฝักอ่อนสีจะมีสีเขียวเมื่อแก่ฝักจะมีสีแดงถึงดำ
  • ห้องพุดสีดา 1

    พุดสีดา
    พุดสีดาดง
    ส่วนดอกนี้คือ พุดสีดาดง จะคล้ายพุดน้ำบุษย์ แต่ดอกพุดสีดาดง-มีสีเหลืองอ่อนจนเข้มไม่มีสีขาวมีกิ่งที่แข็งแรงและสั้นกว่า แต่เรื่องความหอมไม่แตกต่างกัน
  • ห้องพุดสีดา 2

    พุดสีดา
    พุดสีดาดง
    ส่วนดอกนี้คือ พุดสีดาดง จะคล้ายพุดน้ำบุษย์ แต่ดอกพุดสีดาดง-มีสีเหลืองอ่อนจนเข้มไม่มีสีขาวมีกิ่งที่แข็งแรงและสั้นกว่า แต่เรื่องความหอมไม่แตกต่างกัน
Visitors: 7,694